
Dekwiz Studio
จดหมายถึงนักเรียน (และผู้ปกครอง)
เราน่าจะเคยได้ยินคำว่า “เรียนดี ชีวิตเลิศ” กันมาเยอะ วันนี้ผมเลยอยากชวนคุณให้ลองมองต่างมุม โดยผมจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ สูตรสำเร็จมุมกลับ ต้นตอปัญหา และทางรอด
1. สูตรสำเร็จ! เรียนยังไงให้พัง คะแนนสอบแย่
ลองคิดมุมกลับดูเล่น ๆ ว่า.. ถ้าอยากเรียนให้แย่จริง ๆ ควรทำยังไ?
คำตอบคงประมาณนี้ “ไม่ต้องฝึกสิ่งที่ต้องใช้ตอนสอบ ใช้เวลากับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์”
คุณคงไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ถ้ามองระบบการเรียนส่วนใหญ่ตามความเป็นจริง หลายอย่างที่เราทำอยู่
กลับเข้าใกล้สูตรนี้โดยไม่รู้ตัว
- ใช้เวลากับการเรียน ดู ฟัง จดตาม ให้มาก (ทั้งที่เวลาสอบ… ต้องคิดเองล้วน ๆ ไม่มีใครบอก)
- อ่านเนื้อหา วิธีทำโจทย์ ท่องสรุป จดโน้ต (เน้น “รับ”ความรู้ ทั้งที่ตอนสอบต้อง ”ดึง“ มาใช้)
- วิ่งตามแนวข้อสอบ เก็งข้อสอบไม่หยุด กลัวผิด กลัวพลาด (จนไม่กล้าคิดเอง แล้วไป “ลองผิดลองถูก” เอาตอนสอบจริง)
มันไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะตั้งใจมาก และทำตามสิ่งที่ระบบบอกเรามาตลอด โดยแทบไม่เคยมีใครบอกให้ตั้งคำถาม
พอเจอปัญหา.. คำแนะนำที่ได้ยินบ่อยคือ “เรียนเพิ่มอีกหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้น”
ก็ดู ฟัง จดตาม… แบบเดิม ที่ใช้เวลามากขึ้นไปอีก
ใครเคยเผลอวัดความคุ้มว่า “ราคานี้ เรียนได้กี่ชั่วโมง ตกชั่วโมงละกี่บาท” ฟังดูสมเหตุสมผล
แต่ไม่ค่อยมีใครถามต่อ ชั่วโมงพวกนั้นใช้ “เวลาของใคร” กันแน่?
2. ต้นตอปัญหา
ชั่วโมงเรียนที่เพิ่มขึ้นมันจ่ายด้วย เวลาของคุณ พลังสมาธิ และโอกาสได้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ต่อชีวิต
ใช่ครับ…นอกจากค่าเรียนแล้ว สิ่งเหล่านี้คุณเป็นคนจ่ายทั้งนั้น
ถ้าคุณรู้สึก “เอ๊ะ..ทำไมถึง..”
ผมอยากบอกว่า “ไม่ใช่ความผิดคุณเลย”
ตอน 5 ขวบ เราตั้งคำถามกับทุกสิ่ง จินตนาการกับทุกอย่าง แล้วโตมากับระบบการศึกษาที่ฝึกให้เรา
- นั่งฟังพร้อมกัน คิด ทำ เหมือนกัน ตามเสียงออด
- รู้แยกเป็นวิชา จนไม่เห็นภาพรวมของโลก
- ทำตามกฎ ตัดคะแนนเมื่อทำผิด คิดต่างเท่ากับเสี่ยง จนไม่กล้าลองผิดลองถูก
- วัดคุณค่าด้วยเกรด ให้เราแข่งกันเองจนไม่มีเวลาสงสัยว่าใครสร้างสนามแข่งนี้
เพราะเราโตมากับโลกที่สอนให้วัดทุกอย่างด้วยตัวเลข จึงไม่แปลกที่จะคิดว่า “ยิ่งเรียนได้เยอะ ยิ่งรู้สึกอุ่นใจ” เหมือนทำถูกทางแล้ว และไม่มีใครอยากเสี่ยงกับอะไรที่ดูไม่คุ้ม
แต่การคิดและเชื่อแบบเดิม ทำเหมือนเดิม วนอยู่กับปัญหาเดิม ๆ มันเสี่ยงกว่าหรือเปล่า?
นี่คือเหตุผลที่ทำไมหลายคน “ยิ่งเรียน ยิ่งเหนื่อย” แต่คะแนนไม่ขยับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความพยายาม แต่เป็น “วิธีเรียน” ที่ต้องปรับให้ถูกทาง
3. ทางรอด
อย่าลืมว่าสิ่งที่สนามสอบวัด ไม่ใช่ “ใครเรียนมาเยอะกว่า” แต่คือ “ใครคิดเป็นมากกว่า”
คุณอาจกำลังมองหาทางเลือกที่ไม่ใช่แค่ “เรียนเพิ่ม” แต่สอนให้ “คิดเป็น“
ไม่ใช่ทุกคอร์สที่ต้องเรียนเยอะ และทุกชั่วโมงเรียนก็ไม่ได้มีค่าเท่ากัน
สิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ คือ “ชั่วโมงเรียน” หรือ “ทักษะการคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง” ที่จำเป็นในการสอบผ่านและประสบความสำเร็จในชีวิตกันแน่?
ผมจึงเลือกออกแบบวิธีเรียนใหม่ทั้งหมด เริ่มคิดจากห้องสอบย้อนกลับมาว่า “อะไรที่คุณต้องเรียนรู้จริง ๆ” แล้วฝึกทักษะที่จำเป็น โดยใช้ต้นทุน “ชั่วโมง” ของคุณน้อยที่สุด
วิธีนี้อาจไม่ได้ถูกพูดถึงมาก เพราะมันเหนื่อยกว่าวิธีเดิมที่แค่ดู ฟัง และจดตาม
6 ปีที่ผมได้เฝ้าสังเกตผู้เรียน คนที่ยอมข้ามกำแพงออกจากกรอบเดิมมาฝึกคิดเองเป็นระบบ พัฒนาการมักเกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้ บางคนไปได้ไกลกว่าที่ตัวเองคิด ทั้งในโรงเรียน และในสนามสอบที่การแข่งขันสูง
นี่อาจไม่เหมาะกับทุกคน และผมก็ไม่พยายามจะทำแบบนั้น แต่ถ้าวันไหนคุณอยากคุย ไม่ใช่ในฐานะลูกค้า แต่ในฐานะเพื่อนร่วมระบบการศึกษา หรือฐานะผู้ปกครอง… ผมยินดี
ครูกุ๊ก
